นับตั้งแต่ช่วงฟุตบอลโลกปี 2014 ที่ประเทศบราซิลเป็นต้นมา ไนกี้ได้บรรจุนวัตกรรมรองเท้าฟุตบอลไว้ถึงขีดสุดมาตลอด อย่างไรก็ดีตอนนี้ไนกี้ได้ลองหวนลำลึกกลับไปดูว่าปัจจัยอะไรกันแน่ที่ทำให้รองเท้าของไนกี้สามารถก้าวไปต่อข้างหน้าได้อย่างไร้ที่ติ

 

ทีมออกแบบไนกี้ ทำงานและจูงใจบนพื้นฐานของการก้าวล้ำของขั้นตอนการทำงานสินค้า แต่ทีมงานก็เติมโตมาในช่วงของรองเท้าฟุตบอลที่ทำจากหนังชั้นดี ซึ่งทำให้ละลึกถึงความนุ่มในการสวมใส่และสัมผัสที่เป้นเอกลักษณ์ของรองเท้าหนัง

ด้วยเหตุนี้ ทางทีมงานออกแบบจึงได้ศึกษาถึงความเป็นไปได้ที่จะนำเอาวัสดุหนังมารวมเข้ากับเทคโนโลยี่อันล้ำสมัยของสินค้ารองเท้าฟุตบอลไนกี้ทั้ง 4 รุ่นคือ ไฮเปอร์เวน่อม มาจิสต้า เมอรืคิวเรียล และ เทียมโป

 จากความพยายามดังกล่าวผลที่ได้ก็คือ สุดยอดรองเท้าฟุตบอลระดับพรีเมี่ยมลูกผสม "ไนกี้เทคคราฟ" นั่นเอง

"ไนกี้เทคคราฟ" วางกลยุทธ์การออกแบบไว้ที่การนำเอาแผนหนังเกรดพรีเมี่ยมบางเบา มาใช่บนส่วนหน้าผ้าที่ต้องสัมผัสกับลูกฟุตบอลมากที่สุด หรือกล่าวง่ายๆคือส่วนหัวของรองเท้าและด้านข้างของรองเท้านั่นเอง ในรองเท้าฟุตบอลทั้ง 4 รุ่นพูดให้ชัดๆไปเลยคือรุ่น ไฮเปอร์เวน่อม ทู มาจิสต้าโอบร้า เมอร์คิวเรียล ซุปเปอร์ฟลาย และ เทียมโป ไฟว์

 

เมื่อนำเอาหนังแท้บางเบามาผสมกับเทคโนโลยี่สุดล้ำทั้ง 4 รุ่น ผลที่ได้คือรองเท้าสตั๊ดไนกี้ที่ยังคงไว้ซึ่งเพอร์ฟอมานซ์ในการเล่นบอลแต่ผนวกความนุ่มสบายในการสวมใส่และความคลาสสิกไปในตัว

ด้วยการนำเอาเแดสี ไลท์นิ่งสตอร์ม ที่ซึ่งกำลังใช้อยู่กับรองเท้าไนกี้รุ่นปัจจุบัน กล่าวคือสีสันสดใสวูบวาบแสบตา มาตัดกับหน้าผ้าหนังสีดำเพื่อให้ลูกค้าทราบว่าเป็นหนังแท้และเข้าใจถึงการสื่อสารจองไนกี้ได้ชัดเจนขึ้นคือ ไฮเทคแต่คลาสสิกว่างั้นครับ

คราวนี้ลูกค้าแฟนๆไนกี้ที่ต้องการรองเท้าสตั๊ดคุณภาพเทพ คงไม่ต้องมาเลือกแล้วระหว่างจะเอาหน้าผ้า ฟลายนิต หรือ หนังแท้ดีครับ เอาเป็นว่าไนกี้จัดให้เป็น ทูอินวันไปเลยครับ

อ้างอิงจาก http://www.soccerbible.com/performance/football-boots/2015/08/nike-launch-tech-craft-pack/